ม.ค. 5, 2023
บทพิสูจน์ความผิดพลาด

เมื่อตรึกตรองจากหลักเกณฑ์แล้วก็วิธีทำไม้ในป่าสัมปทานจากที่กล่าวแล้ว น่าจะเป็นผลให้ป่าสัมปทานหรือป่าเศรษฐกิจของประเทศดำรงอยู่ และก็อำนวยประโยชน์แก่เมืองและก็ประเทศชาติโดยส่วนกลางได้ตลอดกาล แต่ว่าข้อพิสูจน์ไม่ได้เป็นอย่างนั้น กลับปรากฏว่าพื้นที่ป่าดงของประเทศน้อยลง โดยเฉลี่ยปีละ 3 ล้าน 2 แสนไร่ จากจำนวนร้อยละ 53.3 ของพื้นที่ประเทศในปี พุทธศักราช 2504 ลงมาเหลือจำนวนร้อยละ 29 ในปี พุทธศักราช 2528 แล้วก็ในระหว่างปี พุทธศักราช 2524-2528 เมืองไทยมีอัตราการทำลายป่าเป็นชั้น 10 ของโลก

จากจำนวนในปี พุทธศักราช 2528 พื้นที่ป่าดงของประเทศหลงเหลืออยู่ราวๆจำนวนร้อยละ 29 ของพื้นที่ประเทศหรือราวๆ 149,053 ตารางกิโลเมตร แต่ว่าปรากฎว่าพื้นที่สัมปทานทำไม้ต่างๆ (รวมพื้นที่ป่าสัมปทานไม้สักที่ซ้อนทับ) ที่กระจัดกระจายอยู่ตามภาคต่างๆของประเทศ มีพื้นที่รวมกันถึงจำนวนร้อยละ 36.3 หรือราวๆ 186,317 ตารางกิโลเมตร (มองตารางที่ 2) แปลว่าพื้นที่ป่าสัมปทานนิดหน่อยหมดสภาพความเป็นป่าไปแล้ว ถึงแม้ว่าพึ่งผ่านวิธีการทำไม้ไปเพียงแค่ครึ่งรอบตัดฟันเพียงแค่นั้น (รอบตัดฟัน 30 ปี เริ่มให้ดำเนินงานป่าสัมปทานราวๆปี พุทธศักราช2515) แล้วก็แม้เอามาเทียบกับพื้นที่ป่าดงที่เหลืออยู่ในขณะนี้ราวๆจำนวนร้อยละ 20 ของพื้นที่ประเทศหรือโดยประมาณ 149,053 ตารางกิโลเมตร ก็จะยิ่งบ่งชัดว่าพื้นที่ป่าสัมปทานได้ถูกทำลายลงไปเยอะมากๆ

นอกจากนั้น จากแผนภูมิรอบๆไม้ที่ได้รับอนุญาตให้ตัดฟันปี พุทธศักราช2520 – 2529 (ตารางที่ 3) ทำให้เห็นว่า จำนวนไม้ที่อนุญาตให้ตัดฟันในตอนช่วงเวลา 9 ปี มีความจุไม่ได้มีความแตกต่างไปจากกันเยอะแค่ไหน ถึงแม้ว่าในปี พุทธศักราช2522 คณะรัฐมนตรีปิดป่าสัมปทานทั้งประเทศรวมทั้งสิ้น 324 ป่า ในปริมาณนี้เป็นป่าสัมปทานไม้สัก 36 ป่า จากทั้งผอง 43 ป่า รวมทั้งป่าสัมปทานไม้ปะปนกัน 176 ป่าจากทั้งสิ้น 292 ป่า

หากว่าป่าสัมปทานถูกปิดไปๆมาๆกกว่าครึ่งเดียวของปริมาณป่าทั้งหมดทั้งปวง แต่ว่าจำนวนไม้ที่ได้รับอนุญาตให้ตัดฟันออกมาจากป่าสัมปทานต่อจากนั้นไม่ได้ต่ำลงเป็นสัดส่วนเดียวกันกับจำนวน ของป่าที่ถูกปิดไป แปลว่าได้มีการทำไม้เกินฐานะผลิตของป่า

จากข้อมูลดังที่กล่าวถึงแล้วไม่เพียงแค่จะบ่งถึงข้อบกพร่องของการจัดการป่าดงในบ้านพวกเรา ถ้าเกิดยังทำให้รู้ถึงความผิดพลาดของแผนการป่าดงแห่งชาติ ที่คณะรัฐมนตรีลงความเห็นตอนวันที่ 3 เดือนธันวาคม 2528 ซึ่งระบุจะให้มีพื้นที่ป่าทั่วทั้งประเทศอย่างต่ำในอัตราร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ โดยแบ่งแยกพื้นที่ป่าออกเป็น 2 จำพวกเป็นป่าเพื่อการอนุรักษ์และรักษา 15 เปอร์เซ็นต์กับป่าเศรษฐกิจอีก 25 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าจากจำนวนพื้นที่ป่าดงทั่วทั้งประเทศตอนนี้คงเหลืออยู่เพียงแค่ 29 เปอร์เซ็นต์ เป็นป่าสัมปทานเพื่อการสร้างถึงจำนวนร้อยละ 25.5 ของประเทศ ที่เหลืออีก 3.5 ก็คือป่าสงวนเพียงแค่นั้น

แม้กระนั้น ถึงแม้ทางการจะมีนโยบายช่วยเหลือการปลูกป่า สร้างสวนป่าขึ้นตอบแทนป่าธรรมชาติที่ชำรุดทรุดโทรมไป แต่ว่าก็เป็นการปลูกเพื่อหวังผลด้านเศรษฐกิจไม่ได้เป็นการปลูกเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าธรรมชาติให้คืนมา จากรายงานผลของการปลูกป่าเพื่อคุณประโยชน์ทางเศรษฐกิจของกรมป่าไม้ รัฐวิสาหกิจรวมทั้งเอกชนปลูกป่าตามข้อตกลงสัมปทาน ตั้งแต่เริ่มดำเนินงานมาจนกระทั่งเดี๋ยวนี้รวมเป็นหลักที่ทั้งนั้น 6,335.54 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเมื่อเทียบกับอัตราการทำลายป่าธรรมชาติโดยเฉลี่ยปีละ 5,190 ตารางกิโลเมตร จะมีความเห็นว่าพื้นที่สวนป่าทั้งสิ้นที่ปลูกขึ้นมาตอบแทน ไม่บางทีอาจเอามาทดแทนพื้นที่ป่าธรรมชาติที่ถูกทำลายไปในแต่ละปีได้เลย

นอกจากนั้นสถิติกระบวนการทำไม้ในปี พุทธศักราช 2530 พวกเราพบว่าเพียงแค่ตอนปีเดียวไม้สักถูกทำออกมาจากป่าสัมปทานรวมทั้งสิ้น 37,278 ลูกบาศก์เมตร เป็นของกึ่งกลางที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิด 822 ลูกบาศก์เมตร ส่วนไม้ต่างๆถูกทำออกรวมทั้งสิ้น 2,027,551 ลูกบาศก์เมตร เป็นของกึ่งกลางที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิด 30,495 ลูกบาศก์เมตร แล้วก็รายได้ที่กรมป่าไม้ได้จากสัมปทาน โดยเก็บจากค่าภาคหลวง ค่าขายไม้ ค่าใบอนุมัติ ค่าธรรมเนียม และก็อื่นๆระหว่างปี พุทธศักราช 2524-2529 รวมเป็นเงินเฉลี่ยแล้วปีละ 220 ล้านบาท ในขณะรายการจ่ายของงบประมาณในตอนระหว่างปีดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นเงินเฉลี่ยแล้วปีละ 1,350 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบเป็นอัตราส่วนระหว่างรายได้กับรายการจ่ายต่อปีพอๆกับ 1 ต่อ 6 ทีเดียว

More Details